15 งานที่ AI ไม่สามารถมาแทนที่ได้

ในยุคที่เทคโนโลยีเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะ AI (Artificial Intelligence) หรือปัญญาประดิษฐ์เข้ามามีบทบาท และเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในแทบทุกอุตสาหกรรม คำถามหนึ่งที่มักจะตามมาคือ  “งานของเราจะถูกแทนที่หรือไม่?” จนทำให้หลายคนรู้สึกเป็นกังวลในความสามารถที่มากขึ้นเรื่อย ๆ ของ AI แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกหลายอาชีพที่ AI ไม่สามารถทดแทนการทำงานโดยมนุษย์ได้อย่างเต็มรูปแบบ เเพราะมนุษย์มีสิ่งที่เทคโนโลยีไม่สามารถเลียนแบบได้ เช่น ความคิดสร้างสรรค์ ความเห็นอกเห็นใจ การตัดสินใจเชิงจริยธรรม และความเข้าใจเชิงมนุษย์ 

บทความนี้รวบรวม 15 งานที่ AI ไม่สามารถมาแทนที่ได้ พร้อมเหตุผลว่า เพราะอะไรงานเหล่านี้ไม่สามารถใช้เทคโนโลยีทำแทนได้ 

1. แพทย์เฉพาะทาง

จริงอยู่ที่ AI มีความสามารถในการช่วยวินิจฉัยโรคได้ ทำให้การรักษาเป็นไปได้อย่างตรงจุดและเข้าถึง แต่การตัดสินใจรักษา การสื่อสารกับผู้ป่วย หรือการตัดสินใจด้านจริยธรรม เป็นสิ่งที่ต้องอาศัยประสบการณ์ และความเข้าใจในความรู้สึกของมนุษย์ด้วยกันเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI หรือเทคโนโลยีทำไม่ได้ ดังนั้น  อาชีพแพทย์เฉพาะทางจึงต้องใช้มนุษย์ในการดำเนินงาน 

2. พยาบาลและผู้ช่วยดูแลผู้ป่วย

งานทางด้านพยาบาลหรืองานที่ต้องดูแลผู้ป่วยก็เป็นงานที่ต้องใช้ทั้งความรู้ ความอดทน และความเห็นอกเห็นใจมนุษย์ด้วยกันเป็นอย่างมากเช่นเดียว กับงานแพทย์ เพราะการมีโรคภัยไข้เจ็บ ทำให้เป็นทุกข์ เมื่อเป็นทุกข์ก็ต้องอยากได้กำลังใจ และต้องใช้หลักจิตวิทยาควบคู่ไปด้วย ซึ่งการที่ AI เป็นเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ การจะเข้าถึงจิตใจของผู้ที่เปราะบาง โรคภัยรุมเร้า เป็นเรื่องที่ทำไม่ได้   

3. นักจิตวิทยาและที่ปรึกษาทางจิตใจ

แม้ AI จะให้คำปรึกษา แนะนำ พูดคุยโต้ตอบกับเราได้ตลอดเสมือนเพื่อนคนหนึ่ง แต่ AI ก็ไม่สามารถเข้าใจความซับซ้อนทางอารมณ์มนุษย์แบบลึกซึ้งได้ โดยเฉพาะอาชีพนักจิตวิทยา ที่ จำเป็นต้องตีความลักษณะท่าทาง พฤติกรรม สีหน้า น้ำเสียง เพื่อวิเคราะห์ความนึกคิดที่อยู่ภายในใจของแต่ละบุคคล ด้วยความซับซ้อนที่ว่ามา อาชีพนี้จึงไม่สามารถทดแทนด้วยการใช้อัลกอริทึมวิเคราะห์แทนได้ เพราะมนุษย์แต่ละคนมีความแตกต่าง ไม่เหมือนกัน

4. ครูและอาจารย์

AI สามารถทำหน้าที่เป็นสื่อการสอนได้ เพื่ออำนวยความสะดวกการเรียนรู้ได้ แต่ไม่สามารถทำหน้าที่แทน ครูและอาจารย์ได้อย่างสมบูรณ์ เพราะนอกจากการให้ความรู้เด็ก ๆ แล้ว  ครูและอาจารย์ยังมีหน้าที่ อบรมสั่งสอน ปลูกฝังทัศนคติ และให้แรงบันดาลใจแก่เด็ก ๆ อีกด้วย เป็นงานที่ต้องอาศัยการเรียนรู้ และต้องเข้าใจเด็ก ๆ แต่ละคนเช่นกัน ซึ่งเป็นทักษะเฉพาะที่ AI ไม่สามารถทำได้แทนมนุษย์

5. นักกฎหมายและทนายความ

การมาของเทคโนโลยี AI ทำให้เรื่องการค้นหาข้อมูลต่าง ๆ เป็นเรื่องง่าย สะดวก และรวดเร็วมากขึ้นก็จริง แต่กฎหมาย เป็นเรื่องของการตีความ การตัดสินถูกและผิดอย่างชัดเจน ซึ่งส่งผลต่อบทลงโทษ ทำให้ต้องมีการคิด วิเคราะห์ ตรวจสอบความถูกต้อง การเจรจา และการเข้าใจในสถานการณ์จริงเพื่อประเมินหรือแรงจูงใจต่อการกระทำที่เกิดขึ้น เพราะภายใต้รูปแบบคดีความเดียวกัน มูลเหตุที่เกิดขึ้นอาจเป็นได้หลายกรณี  ไม่ได้มีการจำกัดที่ตายตัว มีหลายตัวแปร ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม ความเป็นมาของโจทก์และจำเลย เป็นต้น 

 6. นักสร้างสรรค์ (ครีเอทีฟ)

ไม่ว่าจะเป็นนักออกแบบ นักโฆษณา นักเขียน หรือคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ล้วนแต่เป็นงานสร้างสรรค์ที่ต้องใช้วิสัยทัศน์ ความรู้สึก และประสบการณ์จริงมาสร้างเป็นชิ้นงาน หากใครเคยใช้ AI ในการช่วยสร้างสรรค์งาน ก็จะเข้าใจว่า AI ทำได้เพียงช่วยสนับสนุนงานให้เกิดขึ้นเป็นไอเดียคร่าว ๆ แต่ไม่สามารถสร้างชิ้นงานที่เป็นต้นฉบับได้ทั้งหมดเหมือนอย่างมนุษย์ 

7. นักแสดงและนักร้อง

เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ อาจสร้างเสียงหรือภาพจำลองได้โดยนำคลังข้อมูลที่มีอยู่มาผสมให้เกิดเป็นชิ้นงานเพื่อตอบรับความต้องการของมนุษย์  แต่ยังขาดสิ่งที่เรียกว่า เสน่ห์ หรือเอกลักษณ์ของความเป็นมนุษย์ อย่างโทนน้ำเสียงที่สื่อสารในช่วงวินาทีนั้น ๆ อารมณ์ที่สื่อสารเวลานั้น หรือเสียงบรรยากาศที่เกิดขึ้นรอบ ๆ ทั้งหมดที่กล่าวมา ทำให้ชิ้นงานดูมีมิติและเข้าถึงอารมณ์ของผู้ฟัง ซึ่งเป็นเรื่องที่โปรแกรมคอมพิวเตอร์ไม่สามารถทำได้ 

8. ผู้บริหารระดับสูง (CEO/ผู้บริหารองค์กร)

การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ การมองภาพรวม การจัดการคน การบริหารความเสี่ยง และการสื่อสารทั้งองค์กร เป็นหน้าที่ที่ต้องอาศัยประสบการณ์ที่มนุษย์สั่งสม มาเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการปัจจุบันความสามารถของ AI ทำได้เพียงวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้นเพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจ แต่ยังไม่สามารถนำมาขับเคลื่อนองค์กรได้เต็มรูปแบบ  

9. นักการตลาดเชิงกลยุทธ์

หนึ่งในความสามารถของ AI คือการวิเคราะห์ข้อมูลได้รวดเร็ว แต่การเข้าใจพฤติกรรมมนุษย์ ความรู้สึกของผู้บริโภค และการออกแบบแคมเปญที่เข้าถึงใจผู้คน เป็นทักษะที่ต้องอาศัยมนุษย์จริง ๆ เนื่องจากนักการตลาดจะต้องอาศัยข้อมูลร่วมกับประสบการณ์ตรง เพื่อให้เข้าใจลูกค้าในทุก ๆ ด้าน และจะสามารถเข้าใจความรู้สึกของคนอื่นได้มากกว่า AI

10. นักสังคมสงเคราะห์

งานที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือผู้คนที่มีปัญหาชีวิต ต้องอาศัยความเข้าใจ ความเห็นใจ และการปรับตัวตามสถานการณ์ AI ไม่สามารถทำหน้าที่แทนน้ำใจและความห่วงใยของมนุษย์ได้

11. นักข่าวภาคสนาม

AI สามารถสรุปข่าวได้ แต่การลงพื้นที่สัมภาษณ์ การตีความสถานการณ์จริง และการนำเสนออารมณ์ร่วมเป็นสิ่งที่ต้องอาศัยมนุษย์ ข่าวเชิงลึกยังคงต้องมีผู้สื่อข่าวตัวจริงอยู่เสมอ

12. ช่างฝีมือและงานศิลป์

งานทำมือ เช่น งานปั้น งานไม้ งานถัก งานทอง มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เกิดจากความรู้สึกและประสบการณ์ งานแบบนี้ AI หรือหุ่นยนต์ไม่สามารถลอกเลียนความเป็น “ศิลปะมนุษย์” ได้

13. นักวางแผนงานอีเวนต์

อีเวนต์ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การจัดการทีม และความเข้าใจความต้องการลูกค้า ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่ AI ไม่สามารถทำได้แบบสมบูรณ์

14. นักพัฒนาธุรกิจ (Business Development)

การสร้างความสัมพันธ์ พูดคุย เจรจา และเข้าใจพฤติกรรมคู่ค้า เป็นทักษะสำคัญที่ยังต้องใช้มนุษย์ AI ช่วยเสนอข้อมูลได้ แต่การเจรจาที่ซับซ้อนยังต้องใช้มนุษย์เสมอ

15. งานบริการลูกค้าแบบ Human-touch

แม้มี chatbot ช่วยตอบคำถาม แต่ลูกค้ายังต้องการน้ำเสียง ความเข้าใจ และความรู้สึก จากพนักงานจริง โดยเฉพาะในสถานการณ์ยากหรือต้องการคำปรึกษาเชิงลึก

สรุป

ถึงแม้ AI จะมีบทบาทสำคัญและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้หลายอุตสาหกรรม ทำให้การทำงานสะดวกขึ้น แต่ก็ยังมีงานจำนวนมากที่ต้องอาศัยมนุษย์เป็นผู้ขับเคลื่อน โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ ความคิดสร้างสรรค์ จริยธรรม และการตัดสินใจในสถานการณ์ซับซ้อน ดังนั้น ถ้าจะตอบคำถามว่า AI จะมาแย่งงานมนุษย์อย่างที่หลายคนกังวลหรือไม่ คำตอบคือ “ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้” แต่ควรมองว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์คือ เครื่องมือที่ช่วยยกระดับทักษะของมนุษย์ ทำให้เราทำงานได้อย่างมีคุณภาพ สร้างคุณค่าที่แตกต่างมากกว่าเดิม และที่สำคัญคือ ช่วยให้เราเหนื่อยน้อยลง 


มนุษย์ออฟฟิศ! อย่าปล่อยให้ความเครียดสะสม หรืออาการปวดคอ บ่า ไหล่ จากการนั่งหน้าคอมเป็นเวลานาน มารบกวนสมาธิและประสิทธิภาพในการทำงาน แนะนำให้ผ่อนคลายความเมื่อยล้าในแต่ละวัน ด้วย สเปรย์อโรมาคุณมี กลิ่นสมุนไพรที่ช่วยให้รู้สึกสงบ พร้อมบรรเทาความตึงบริเวณคอและไหล่ ทำให้ทำงานได้อย่างสบายตัวมากขึ้น

อ้างอิง:

9 อาชีพ ที่ AI ทำงานแทนไม่ได้ – SPU STORY SRIPATUM UNIVERSITY

เจาะ ลึก อาชีพ ที่ AI แทน ไม่ ได้ เตรียมพร้อม ไว้ ยัง ไง ก็ ยืน หนึ่ง

ปวดข้อมือพิมพ์งาน-ใช้มือถือเยอะ นวดแบบนี้ช่วยได้!


หน้าแรก
สินค้า
โปรโมชัน
บทความสุขภาพ